LAMPANGSPOTTIME

 

ข่าวสังคม 29 ปี โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จากภารกิจองค์กรและการทำงานเพื่อชุมชน สู่ TQC รางวัลที่เกิดจากทุกคนมีส่วนร่วม


ภาพประกอบข่าว

29 ปี โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จากภารกิจองค์กรและการทำงานเพื่อชุมชน สู่ TQC รางวัลที่เกิดจากทุกคนมีส่วนร่วม

ในปี พ.ศ. 2516 ประเทศไทยเกิดวิกฤติพลังงานภายในประเทศ จากการปรับราคาน้ำมันในตลาดโลก รัฐบาลในขณะนั้นจึงมีนโยบายในการเร่งพัฒนานำทรัพยากรภายในประเทศมาใช้แทนน้ำมันที่นำเข้าจากต่างประเทศ จากการสำรวจปริมาณถ่านหินลิกไนต์ที่อำเภอแม่เมาะ พบว่าสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าได้เป็นเวลากว่า 50 ปี ดังนั้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 เป็นต้นมา กฟผ. จึงได้ทำการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 1-7 มาอย่างต่อเนื่อง และจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบครบทุกเครื่องเมื่อปี 2528 โดยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2528 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาต่อ กฟผ. ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงประกอบรัฐพิธีเปิดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 กฟผ.แม่เมาะ ได้เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8-13 จนกระทั่งแล้วเสร็จและจ่ายไฟเข้าระบบครบทุกเครื่องเมื่อปี 2538 ทำให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 1-13 ในขณะนั้นมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น 2,625 เมกะวัตต์ ถึงแม้ว่าปัจจุบันโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 1-3 ถูกปลดออกจากระบบแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2546 แต่ด้วยโรงไฟฟ้าทั้ง 10 เครื่องของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ คือเครื่องที่ 4-13 ยังทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 2,400 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศอย่างต่อเนื่อง

จวบจนกระทั่งปัจจุบันโรงไฟฟ้าแม่เมาะยังคงมีการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด โดยปี 2556 มีค่าความพร้อมจ่ายเทียบเท่า (Equivalent Availability Factor : EAF) ถึงเดือนธันวาคม 2556 อยู่ที่ 91.24% ซึ่งค่าเฉลี่ยความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าแม่เมาะขณะนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยโรงไฟฟ้าถ่านหินในอเมริกา โดยปัจจุบันอยู่ใน TOP 5 ของ NERC (North American Electric Reliability Operation) แผนยุทธศาสตร์ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 ได้ตั้งเป้าความพร้อมจ่ายไว้ที่ 93% ในปี 2561

สำหรับปี 2557 ครบรอบรัฐพิธีเปิดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ปีที่ 29 การได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ หรือ Thailand Quality Class (TQC) ประจำปี 2556 จากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2557 โรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็น 1 ใน 10 องค์กรที่ได้รับรางวัลนี้ จาก 30 องค์กรทั่วประเทศที่ขอยื่นรับรางวัล Thailand Quality Award (TQA) ทำให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นหน่วยงานแรกของ กฟผ. ที่สามารถคว้ารางวัล TQC ผลจากการที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้เริ่มนำระบบการบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร หรือ Total Quality Management (TQM) เข้ามาใช้ในปี 2547 และการนำค่านิยม กฟผ. หรือ FIRM C เข้ามารณรงค์ให้คนในองค์กรปฏิบัติตาม ตั้งแต่ปี 2549 จากนั้นในปี 2552 โรงไฟฟ้าแม่เมาะจึงยื่นขอเข้ารับรางวัล TQA เป็นครั้งแรก ซึ่งผลคะแนนที่ได้รับยังไม่เป็นไปตามเป้า ดังนั้นผู้บริหารโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จึงได้นำหลักสูตรการสร้างพลังร่วม (Synergy Team Building ) มาใช้กับผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ ตั้งแต่ปี 2554 เพื่อลดช่องว่างระหว่างวัย และเสริมสร้างความรักความสามัคคีให้กับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน ทำให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดและประสบการณ์ระหว่างคนต่างวัย เมื่อคนในองค์กรมีทิศทางในการดำเนินงานในทิศทางเดียวกันแล้วจึงนำพามาสู่รางวัล TQC ในครั้งนี้ และก้าวต่อไปของโรงไฟฟ้าแม่เมาะยังมุ่งมั่นเพื่อให้ได้มาซึ่งรางวัล TQA

นอกเหนือจากการผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว กฟผ.แม่เมาะ ยังได้ดำเนินงานด้านชุมชนสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย ซึ่ง กฟผ.แม่เมาะ ได้ดำเนินงาน CSR (Corporate Social Responsibility) และจัดตั้งเครือข่ายจิตอาสา กฟผ.แม่เมาะ เพื่อร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชน อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล CSR-DIW Advance Award ระดับ 4 และ CSR-DIW Continuous Award ซึ่งมอบให้แก่โรงงานที่เข้าร่วมเครือข่ายตั้งแต่ปี 2551-2555 โรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกของ กฟผ. ที่เข้าร่วมโครงการและได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 รางวัลดังกล่าวสามารถสะท้อนความตั้งใจและมุ่งมั่นทำงานเพื่อชุมชนได้เป็นอย่างดี และยังมีเสียงสะท้อนจากผู้ที่มาเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าและการจัดการสิ่งแวดล้อม ที่จะช่วยตอกย้ำถึงความทุ่มเทในการดำเนินงาน ดังเช่น นายโพธิวัฒน์ เผ่าพงศ์ช่วง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริการเขตประกอบการอุตสาหกรรม บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ได้มาเยือน กฟผ.แม่เมาะ ได้กล่าวในโอกาสที่มาศึกษาดูงานว่า “มาที่ กฟผ.แม่เมาะ เป็นครั้งที่ 2 ได้เห็นพัฒนาการ ทำให้ได้มุมมองที่มากขึ้นอย่างชัดเจนกว่าครั้งที่แล้ว และคิดว่า กฟผ.แม่เมาะ สามารถเป็นแม่แบบ เป็นบทเรียน รวมถึงแหล่งเรียนรู้กระบวนการสำหรับถอดบทเรียนไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาเรื่องไฟฟ้า เพราะเราปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคนก็ต้องใช้ไฟ เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นของ กฟผ. โดยนโยบายผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการงานด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในชุมชน ขอชื่นชมผู้ปฏิบัติงานทุกท่านที่ได้ทุ่มเท เชื่อว่าทุกท่านได้ทำในสิ่งที่ดี และทำกิจกรรมที่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นของชาวแม่เมาะเท่านั้น แต่เป็นประโยชน์ของชาวไทยทั้งประเทศ”

ความคิดเห็นของ นางสาวเรือนขวัญ จิตรัตนวิสุทธิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะพยาบาลศาสตร์ สาขาอาชีวอนามัย มหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวในโอกาสที่มาเยือน กฟผ.แม่เมาะ ว่า “กฟผ.แม่เมาะ เป็นหน่วยงานที่ผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศ ได้เห็นโฆษณาสถานที่ท่องเที่ยวของ กฟผ.แม่เมาะในโทรทัศน์และได้เข้ามาในพื้นที่ก็เป็นอย่างที่โฆษณาไว้ เพราะที่นี่อากาศดี มีบรรยากาศที่สวยงาม ประทับใจมาก และทราบว่าที่ กฟผ.แม่เมาะ ให้ความสำคัญกับชุมชนรอบข้างโดยจะมีโครงการหรือกิจกรรมที่ทำร่วมกับชุมชนอยู่เป็นระยะ ขอให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ กฟผ. ที่ทำงานในพื้นที่ทุกคน”

ก้าวต่อๆไปของโรงไฟฟ้าแม่เมาะจะเป็นก้าวที่ย่างเดินอย่างมั่นคง เพราะการได้มาซึ่งรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (TQC) เป็นเครื่องการันตีการบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี โรงไฟฟ้าแม่เมาะยังคงมุ่งมั่นและพัฒนาคุณภาพงานควบคู่ไปกับการทำงานเพื่อชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง จุดหมายต่อไปคือการได้มาซึ่งรางวัลคุณภาพแห่งชาติ หรือ Thailand Quality Award (TQA) เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพสูงในการดำเนินงาน